มารู้จักกับประเทศอินเดีย
ระบบการศึกษาของอินเดีย
รู้จักเมืองบังกาลอร์
ชีวิตนักศึกษาไทย
เตรียมตัวเิดินทาง
 

 

ควรนำเครื่องใช้จำเป็นบางอย่างในปริมาณสำหรับการอยู่ช่วง 3 เดือนแรก หลังจากนั้นอาจซื้อ
ที่อินเดียหรือให้ทางบ้านส่งตามไป และควรมีของใช้ที่จำเป็นจริง ๆ เท่านั้น เนื่องจากขนาดห้อง
ของหอพักนักศึกษาไม่ใหญ่เท่าใดนัก



เสื้อผ้า
เป็นเสื้อผ้าที่เหมาะกับสภาพอากาศช่วงหน้าหนาว ควรมีเสื้อกันหนาวไว้ 2-3 ตัว และถุงเท้าสะอาด
เนื่องจากมีอากาศเย็น และลมแรงช่วงหน้าร้อน เสื้อผ้าที่ใช้มากมักจะเป็น กางเกงยีนส์ เสื้อยืด
และแจ็กเก็ต ที่ใส่สบายช่วงหน้าฝน ควรมีแจ็กเก็ตกันฝน และลม เพราะลมแรงมากรองเท้าสำหรับ
นักเรียน นักศึกษา ต้องใช้รองเท้าคัชชู หุ้มส้นสีดำผู้ที่เรียนคอร์สภาษาอังกฤษ หรือคอมพิวเตอร์
ต้องใส่รองเท้าหุ้มส้น คัชชู หรือ ผ้าใบก็ได้

หมอน
ควรนำหมอนส่วนตัวไปด้วยเพราะ ของพื้นเมืองคุณภาพไม่ดี และราคาสูงกว่าบ้านเรา

ร้องเท้านักเรียน
สำหรับนักเรียนในระดับประถม และมัธมให้นำรองเท้าสีดำและผ้าใบไปด้วย

เครื่องสำอาง
ของที่หาซื้อได้ในบังกาลอร์ ได้แก่ครีมอาบน้ำลักษ์ แชมพูคลินิค ยาสีฟันคอลเกต ราคาไม่แพงเพราะ
ผลิตในอินเดีย อินเดียมีเครื่องสำอางคุณภาพดี ทำจากสมุนไพร ไม่ใช้สารเคมี ซึ่งหาซื้อง่ายและ
ปลอดภัย ส่วนผู้ผิวแพ้ง่ายควรนำครีมส่วนตัวไปใช้ด้วย

อุปกรณ์การเรียน
ตำราการเรียนบางประเภท อาจจำเป็นในช่วงแรก ซึ่งอาจยังไม่คุ้นกับภาษาอังกฤษ เช่นหนังสือ
อ้างอิงที่ใช้ประกอบสาขาวิชาที่เรียน หนังสือไวยกรณ์ภาษาอังกฤษ พจนานุกรม ไทย – อังกฤษ,
อังกฤษ ไทย, และอังกฤษ – อังกฤษ เครื่องเขียน หาซื้อได้ อาจนำติดไปใช้ในช่วงแรกก่อน

เงินสด
นักศึกษาควรเตรียมเงิน USD ไว้สำหรับจ่ายค่าเล่าเรียน ส่วนเงินไทยสามารถไปแลกเป็นเงินรูปี
สำหรับใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน บัตร ATM หรือ Debit Card สามารถนำไปใช้ได้ โดยเสีย
ค่าบริการครั้งละ 100 บาท

อาหาร
อาหารไทยที่อินเดียมีราคาค่อนข้างสูง ควรเตรียมที่สามารถเก็บได้นานไปด้วย น้ำปลา อาจเป็นที่
ต้องการ เพราะอินเดียมักปรุงอาหารด้วยเกลือ สำหรับข้าวสุกหรือข้าวสารมีขายทั่วไปเหมือนเมืองไทย
ส่วนอาหารอินเดียพวกแกงนั้นจะปรุงด้วยกะทิ อาจเป็นที่ชื่นชอบของหวานคอ สำกรับผู้ที่ต้องการปรุง
อาหารเอง สามารถซื้อหาผักสด และเนื้อสัตว์ได้จากซุปเปอร์มาเก็ต

กระเป๋า
ควรใช้กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ 1 ใบ และกระเป๋าสะพายติดตัวอีก 1 ใบ เพื่อความสะดวกในการเดินทาง
กระเป๋าสัมภาระใบใหญ่ น้ำหนักที่อนุญาตประมาณ 30 กิโลกรัม หากน้ำหนักเกินจะต้องเสียค่าระวาง
เพิ่มต่อกิโลกรัม ควรติดชื่อและที่อยู่ไว้เพื่อป้องกันการหยิบผิดกระเป๋าถือหรือสะพายไว้สำหรับเก็บ
เอกสารสำคัญ พาสพอร์ต ตั๋วเครื่องบิน ใบรับรองสถานภาพ การ อยู่อาศัย เงินหรือเช็ค ที่อยู่ และ
เบอร์โทรศัพท์ของผู้ที่เราจะติดต่อ

เครื่องใช้ไฟฟ้า
เครื่องใช้ไฟฟ้าจากเมืองไทยใช้วัตต์ไฟฟ้าเท่ากับอินเดีย แต่ต้องใช้หัวเปลี่ยนแปลงใน
การเสียบเพราะที่ นั่นเป็นแบบขาปลั๊กกลม 2 รู

ด้านสุขภาพ
ควรเตรียมสุขภาพให้แข็งแรงหากมีโรคประจำตัว ควรขอคำแนะนำจากแพทย์ในการนำ
ยาติดตัวไป ซึ่ง ยาที่มีฉลากกำกับยาเป็นภาษาอังกฤษที่สามารถนำเข้าประเทศไทย

การติดต่อสื่อสาร
สามารถหาซื้อซิมการ์ด ใช้กับโทรศัพท์มือถือที่นำไปจากเมืองไทยได้ในราคาประมาณ 99 บาทส่วน
บัตรเติมเงินราคาประมาณ 350 – 1150 รูปี ค่าบริการโทรจากมือถือกลับเมืองไทย นาทีละประมาณ
16 บาท กรณีรับสายจะไม่เสียค่าบริการ และยังมีโทรศัพท์ระบบ IDSL ให้บริการตามร้านอินเตอร์เน็ต
นาทีละ 7 บาท ค่าบริการอินเตอร์เน็ตตามร้าน อยู่ที่ประมาณ 15 บาทต่อชั่วโมง

การแสดงสัมภาระสิ่งของ
การเดินทางเข้าอินเดีย เราจะได้รับแบบฟอร์ม ขาเข้า (arrival form) และใบสำแดงสัมภาระ
(Declaration) จากบนเครื่องบิน ต้องกรอกเอกสารให้ตรงกับความเป็นจริง สิ่งของที่ต้องสำแดง
ได้แก่ เครื่องอิเลคทรอนิค เครื่องไฟฟ้า กล้องถ่ายรูป กล้องวีดีทัศน์

ของห้ามลืม
- หนังสือเดินทาง Passport ต้องมีอายุใช้งานเหลือ 6 เดือนขึ้นไป ต้องมีประทับตราวีซ่าเข้า
อินเดียก่อน ออกจากเมืองไทย
- ตั๋วเครื่องบิน ควรตรวจสอบวัน เวลา และสายการบินก่อนเดินทาง
- เอกสารทางการศึกษา (transcript) พร้อมสำเนา เอกสารยืนยันการตอบรับจากสถาบัน
ที่อินเดียซึ่ง ควรทำสำเนาติดตัว และเก็บไว้ที่บ้าน 1 ชุด เพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉิน



 

 

 

 



52 อาคารธนิยะพลาซ่า (ชั้น 2 ห้อง 238) ถ.สีลม แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500
โทร : 02-2312141 แฟกซ็ : 02-2312141,09-9828586, 09-4888983, 01-6893358

สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.2549 Kinnaree wings co.:Ltd